ไม่พบรหัสผ่านสำหรับแอป Gmail ควรตรวจอะไรเป็นอย่างแรก?
เริ่มจากบัญชี Google ที่คุณต้องการเชื่อมต่อ ไม่ใช่จากช่องรหัสผ่านใน Mailera ถ้าบัญชีนั้นยังสร้างรหัสผ่านสำหรับแอปไม่ได้ การลองกรอกรหัสผ่านบัญชีซ้ำจะไม่แก้ปัญหาเมนูหาย
รหัสผ่านสำหรับแอป (app password) เป็นรหัสผ่านที่สร้างแยกไว้ให้แอปใช้เชื่อมต่อ ไม่ใช่รหัสผ่านที่คุณใช้ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google และไม่ใช่รหัสยืนยันแบบใช้ครั้งเดียว คุณต้องเปิดการยืนยันสองขั้นตอนก่อนจึงจะสร้างได้ แต่ยังมีเงื่อนไขของบัญชีที่ต้องตรวจต่อ หากต้องการดูภาพรวมก่อนตรวจบัญชี Gmail อ่าน คู่มือรหัสผ่านสำหรับแอปเพื่อเชื่อมต่อกล่องจดหมาย
แยกปัญหาให้ออกก่อนว่าเป็น ไม่มีตัวเลือกให้สร้าง หรือ สร้างได้แล้วแต่เชื่อมต่อไม่ผ่าน สองกรณีนี้ต้องตรวจคนละจุด บทความนี้เริ่มจากกรณีแรก ส่วนรายละเอียดวิธีที่ Mailera ใช้เชื่อมต่ออยู่ในหน้า Gmail และ Google Workspace

จะตรวจได้อย่างไรว่าเมนูหายจริงหรือเปิดผิดบัญชี?
ทำตามลำดับนี้กับบัญชีที่คุณเป็นเจ้าของหรือได้รับอนุญาตให้ดูแล:
- ตรวจที่อยู่อีเมลของบัญชี Google ที่กำลังเปิดอยู่ ให้ตรงกับกล่อง Gmail ที่ต้องการเชื่อมต่อ โดยเฉพาะเมื่อคุณใช้ทั้งบัญชีส่วนตัวและบัญชีบริษัท อย่าอาศัยเพียงรูปโปรไฟล์ที่คล้ายกัน
- ตรวจสถานะการยืนยันสองขั้นตอน ในการตั้งค่าบัญชี Google ไม่ใช่การตั้งค่าภายใน Gmail เอกสารภาษาอังกฤษของ Google ระบุขั้นตอนไว้ว่า เปิดหน้า Google Account ของคุณ แตะ “Security & sign-in” แล้วใต้หัวข้อ “How you sign in to Google” เลือก “Turn on 2-Step Verification” หากยังไม่ได้เปิด ให้ทำตาม คำแนะนำการเปิดการยืนยันสองขั้นตอนของ Google
- เปิดหน้ารหัสผ่านสำหรับแอปของบัญชีนั้น โดยพิมพ์
https://myaccount.google.com/apppasswordsในแถบที่อยู่ แล้วตรวจบัญชีที่เลือกอีกครั้ง คุณสามารถเข้าผ่าน คู่มือรหัสผ่านสำหรับแอปของ Google ได้เช่นกัน - แยกผลที่พบ หากเข้าถึงหน้าสร้างรหัสผ่านได้ ให้ไปขั้นตอนเชื่อมต่อ หากหน้าบัญชีขอให้ยืนยันตัวตน ให้ทำขั้นตอนนั้นบนหน้า Google ก่อน หากยังใช้ตัวเลือกนี้ไม่ได้ ให้ตรวจตารางในหัวข้อถัดไป
การเปิดหน้ารหัสผ่านสำหรับแอปโดยตรงช่วยให้คุณตรวจถูกจุด แต่ไม่ได้เปลี่ยนสิทธิ์ของบัญชี แม้เปิดการยืนยันสองขั้นตอนแล้ว ก็ยังต้องตรวจว่าบัญชีใช้วิธียืนยันแบบใดและอยู่ภายใต้นโยบายอะไร
หากเป็นบัญชีองค์กรและคุณเปิดการยืนยันสองขั้นตอนไม่ได้ Google แนะนำให้ติดต่อผู้ดูแล ไม่ต้องเปลี่ยนการตั้งค่าอื่นแบบลองผิดลองถูก
สาเหตุใดทำให้บัญชีไม่มีตัวเลือกรหัสผ่านสำหรับแอป?
Google ระบุเงื่อนไขเหล่านี้ไว้ในคู่มือรหัสผ่านสำหรับแอป ใช้ตารางนี้เทียบกับบัญชีของคุณ โดยอย่าสรุปจากชนิดบัญชีเพียงอย่างเดียว
| สิ่งที่พบ | จุดที่ต้องตรวจ | สิ่งที่ทำต่อได้ | กรณีที่ควรหยุด |
|---|---|---|---|
| ยังไม่เปิดการยืนยันสองขั้นตอน | สถานะการยืนยันสองขั้นตอนของบัญชีที่ต้องการเชื่อมต่อ | เปิดตามคำแนะนำของ Google แล้วกลับมาตรวจหน้ารหัสผ่านสำหรับแอป | บัญชีองค์กรไม่อนุญาตให้ตั้งค่าเอง ให้ติดต่อผู้ดูแล |
| เปิดการยืนยันสองขั้นตอนแล้ว แต่ใช้คีย์ความปลอดภัยเท่านั้น | วิธีที่ตั้งไว้สำหรับการยืนยันสองขั้นตอน | ตรวจว่าเป็นการใช้คีย์ความปลอดภัยเท่านั้นจริงหรือไม่ | อย่าเอาคีย์ออกหรือเปลี่ยนวิธียืนยันเพียงเพื่อให้แอปเชื่อมต่อได้ |
| ใช้บัญชีที่ทำงาน สถานศึกษา หรือองค์กรอื่น | นโยบายการยืนยันตัวตนและการเข้าถึงอีเมลขององค์กร | ให้ผู้ดูแลตรวจว่าบัญชีนี้อนุญาตให้ใช้รหัสผ่านสำหรับแอปหรือไม่ | นโยบายไม่อนุญาต หรือยังไม่ได้รับคำตอบจากผู้ดูแล |
| เปิดโปรแกรมการปกป้องขั้นสูง | การเข้าร่วม Advanced Protection | เลือกแอปและวิธีลงชื่อเข้าใช้ที่สอดคล้องกับการป้องกันนี้ | หยุดการเชื่อมต่อที่ต้องใช้รหัสผ่านสำหรับแอป ไม่ออกจากโปรแกรมเพื่อเชื่อมต่อ |
คำว่า ใช้คีย์ความปลอดภัยเท่านั้น มีความสำคัญ การมีคีย์ความปลอดภัย (security key) หรือ passkey อยู่ในบัญชีไม่ได้แปลว่าบัญชีนั้น "ใช้คีย์ความปลอดภัยเท่านั้น" เพราะ Google ระบุว่า passkey และคีย์ความปลอดภัยแบบฮาร์ดแวร์ก็เป็นตัวเลือกในการยืนยันสองขั้นตอนทั่วไป จึงไม่ควรเห็นคีย์หนึ่งรายการแล้วสรุปทันทีว่านั่นคือสาเหตุ
หากบัญชี Google Workspace ของคุณไม่มีตัวเลือกรหัสผ่านสำหรับแอป ก็ไม่ได้แปลว่า Google Workspace ทุกบัญชีจะใช้รหัสผ่านสำหรับแอปไม่ได้ Google ระบุบัญชีองค์กรเป็นสาเหตุที่อาจทำให้ไม่เห็นตัวเลือก จึงต้องให้ผู้ดูแลตรวจบัญชีและนโยบายที่เกี่ยวข้อง และไม่ควรคาดว่าผู้ดูแลจะเปิดให้ได้ทุกกรณี
ส่วน Advanced Protection มีข้อจำกัดชัดเจนกว่า ตาม คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโปรแกรมการปกป้องขั้นสูงของ Google แอปที่ใช้รหัสผ่านสำหรับแอปจะถูกบล็อก และรหัสผ่านสำหรับแอปที่มีอยู่จะถูกเพิกถอนเมื่อเข้าร่วมโปรแกรม หากเคยเชื่อมต่อได้ก่อนเข้าร่วม นี่คือจุดที่ควรตรวจ
ถ้าบัญชีไม่อนุญาตให้สร้างรหัสผ่านสำหรับแอป ควรทำอย่างไร?
ถ้าเป็นบัญชีองค์กร ให้ส่งคำถามที่ผู้ดูแลตอบได้ตรงจุด เช่น “บัญชีนี้อนุญาตให้ใช้รหัสผ่านสำหรับแอปเพื่อเชื่อมต่ออีเมลหรือไม่ และองค์กรกำหนดให้ใช้วิธีใดแทน?” แนบอาการที่พบและภาพหน้าจอที่ปิดบังข้อมูลส่วนตัวแล้ว ไม่ต้องส่งรหัสผ่านหรือรหัสยืนยันให้ผู้ดูแล
ข้อมูลที่ควรเตรียมคือ คุณเปิดการยืนยันสองขั้นตอนได้หรือไม่ ใช้คีย์ความปลอดภัยเท่านั้นหรือไม่ และเมื่อเปิดหน้ารหัสผ่านสำหรับแอปแล้วพบอะไร บันทึกข้อความที่หน้าจอแสดงจริง แทนการสรุปกว้าง ๆ ว่า Gmail ใช้งานไม่ได้
หากเป็นแอปอื่นที่มีตัวเลือก “Sign in with Google” Google แนะนำให้ใช้วิธีนั้นแทนรหัสผ่านสำหรับแอป แต่สำหรับการเชื่อมต่อ Gmail กับ Mailera ตัวเลือกนี้ใช้ไม่ได้ เพราะ Mailera เชื่อมต่อ Gmail ด้วยรหัสผ่านสำหรับแอปเท่านั้น
การเชื่อมต่อ Gmail ของ Mailera ใช้รหัสผ่านสำหรับแอป ไม่ใช่ OAuth สำหรับ Gmail หากบัญชีสร้างรหัสผ่านสำหรับแอปไม่ได้ ให้หยุดขั้นตอนเชื่อมต่อไว้ก่อน ไม่ต้องลองรหัสผ่านบัญชีแทน และไม่ควรปิดการยืนยันสองขั้นตอน ออกจาก Advanced Protection หรือเปลี่ยนนโยบายองค์กรเพียงเพื่อให้เชื่อมต่อได้
Mailera เชื่อมต่อกล่องจดหมายที่มีอยู่แล้ว ไม่ได้สร้างบัญชี Gmail หรือที่อยู่อีเมลใหม่ ดูขอบเขตการใช้งานได้ในหน้า ภาพรวมการทำงานของ Mailera
เมื่อสร้างรหัสผ่านสำหรับแอปได้แล้ว จะเชื่อมต่อกับ Mailera อย่างไร?
เมื่อบัญชีมีสิทธิ์และคุณสร้างรหัสผ่านสำหรับแอปได้แล้ว ผู้ใช้ที่มีบทบาท Admin หรือ Leader สามารถเพิ่มกล่องจดหมายได้ตามลำดับนี้:
- เปิด กล่องจดหมาย → เพิ่มกล่องจดหมาย แล้วเลือกแท็บ กล่องจดหมายเดียว
- กรอกบัญชีที่ต้องการเชื่อมต่อในช่อง ที่อยู่อีเมล ตรวจผู้ให้บริการที่ Mailera ตรวจพบ หรือเลือก Gmail ในส่วน หรือเลือกผู้ให้บริการ แล้วกด ดำเนินการต่อ
- ในส่วน รายละเอียดการเชื่อมต่อ กรอกรหัสผ่านสำหรับแอปลงในช่อง รหัสผ่าน แม้ชื่อช่องจะเป็นรหัสผ่าน แต่สำหรับ Gmail ต้องใช้รหัสผ่านสำหรับแอป ไม่ใช่รหัสผ่านบัญชี Google
- กด ทดสอบและเชื่อมต่อ Mailera จะทดสอบการเชื่อมต่อโดยไม่ส่งอีเมล ดูผลของขั้นตอนลงชื่อเข้าใช้เซิร์ฟเวอร์ขาเข้าและขาออกแยกกัน
- หลังเชื่อมต่อสำเร็จ Mailera จะแสดงข้อความยืนยันพร้อมที่อยู่กล่องจดหมาย ตรวจว่าที่อยู่อีเมลนั้นตรงกับบัญชีที่ตั้งใจเพิ่ม Mailera จะเริ่มโหลดข้อความครั้งแรกโดยเรียงจากข้อความใหม่ก่อน

หากรับอีเมลได้แต่ขั้นตอนขาออกไม่ผ่าน Mailera มีตัวเลือก บันทึกแบบรับอย่างเดียว ใช้ได้เมื่อคุณต้องการรับอีเมลโดยยังไม่ส่ง หรือเลือก แก้ไขรายละเอียด แล้วทดสอบใหม่ตามผลที่พบ
ถ้าคุณสร้างรหัสผ่านสำหรับแอปได้แล้ว แต่การทดสอบการเชื่อมต่อไม่ผ่าน ให้ตรวจผลการทดสอบนั้นต่อ อย่าย้อนสรุปว่าเป็นปัญหาเมนูรหัสผ่านสำหรับแอปหาย เพราะคุณผ่านขั้นตอนการสร้างรหัสผ่านมาแล้ว

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง?
เปิดหน้าถูก แต่ใช้ผิดบัญชี ตรวจที่อยู่อีเมลทั้งในหน้าบัญชี Google และช่องที่อยู่อีเมลของ Mailera ให้ตรงกันก่อนสร้างหรือกรอกรหัสผ่าน โดยเฉพาะเมื่อคุณสลับบัญชีส่วนตัวกับบัญชีงาน
นำรหัสคนละชนิดมาใช้แทนกัน รหัสผ่านบัญชี รหัสยืนยันแบบใช้ครั้งเดียว และรหัสผ่านสำหรับแอปมีหน้าที่ต่างกัน ช่องรหัสผ่านสำหรับเชื่อมต่อ Gmail ใน Mailera ต้องใช้ชนิดสุดท้ายเท่านั้น หากสิ่งที่คุณต้องการคืออ่านรหัสยืนยันที่ส่งมาทางอีเมล ให้ดู วิธีอ่านอีเมล OTP จากกล่องจดหมายของคุณเอง แทนการนำรหัสนั้นมาใช้เชื่อมต่อกล่องจดหมาย
ทำตามภาพเมนูเก่าโดยไม่ตรวจหน้าบัญชีจริง ใช้เอกสาร Google ที่ลิงก์ไว้ด้านบนเป็นจุดเริ่มต้น แล้วตรวจบัญชีที่คุณกำลังใช้งาน การหาเมนูไม่พบกับการไม่มีสิทธิ์ใช้ตัวเลือกนั้นไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
เปลี่ยนรหัสผ่านบัญชีเพื่อหวังให้เมนูปรากฏ อย่าใช้การเปลี่ยนรหัสผ่านเป็นขั้นตอนแก้เมนูหาย Google ระบุว่าการเปลี่ยนรหัสผ่านบัญชีจะเพิกถอนรหัสผ่านสำหรับแอปเดิม หากเปลี่ยนไปแล้วและบัญชียังมีสิทธิ์ใช้ ให้สร้างรหัสผ่านสำหรับแอปใหม่สำหรับการเชื่อมต่อ
พยายามเปิดดูรหัสผ่านสำหรับแอปเดิมอีกครั้ง Google ให้ดูรหัสผ่านสำหรับแอปแต่ละรายการได้ครั้งเดียว หากไม่ได้เก็บไว้ ให้สร้างใหม่เมื่อบัญชีมีสิทธิ์ การดูรหัสผ่านเดิมไม่ได้จึงเป็นคนละปัญหากับการไม่มีตัวเลือกให้สร้าง
ส่งรหัสผ่านไปพร้อมภาพขอความช่วยเหลือ ปิดบังรหัสผ่าน รหัสยืนยัน และข้อมูลส่วนตัวก่อนส่งภาพเสมอ หากต้องทำภาพตัวอย่าง ให้ใช้บัญชีทดสอบของคุณเอง ดูข้อมูลเพิ่มเติมในหน้า ความปลอดภัยของ Mailera
เมื่อเลิกใช้แอปหรืออุปกรณ์ที่ได้รับอนุญาตด้วยรหัสผ่านสำหรับแอป Google แนะนำให้เพิกถอนรหัสนั้น ในหน้ารายการ “App Passwords” ให้หารายการของแอปแล้วเลือก “Remove” แทนการปล่อยสิทธิ์ที่ไม่ใช้แล้วค้างไว้
เชื่อมต่อกล่องจดหมายแรกใน 2 นาที
เพิ่มกล่องจดหมาย Outlook, Gmail หรือ IMAP และอ่านอีเมลในแอปหรือผ่าน API
เชื่อมต่อกล่องจดหมาย








